ตัวแยกน้ำมันกับน้ำแบบ CPI
ตัวแยกน้ำมันกับน้ำแบบ CPI ถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ก้าวหน้าอย่างยิ่งในกระบวนการบำบัดน้ำอุตสาหกรรม โดยออกแบบมาเพื่อแยกส่วนผสมของน้ำกับน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยีตัวแยกแบบแผ่นลูกฟูกขั้นสูง (corrugated plate interceptor) ระบบอันซับซ้อนนี้อาศัยหลักการแยกด้วยแรงโน้มถ่วงร่วมกับพื้นผิวสัมผัสที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการแยกที่เหนือกว่า ตัวแยกน้ำมันกับน้ำแบบ CPI ใช้แผ่นลูกฟูกที่ออกแบบพิเศษ ซึ่งสร้างรูปแบบการไหลแบบปั่นป่วน (turbulent flow) เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการสัมผัสระหว่างหยดน้ำมันกับพื้นผิวที่ใช้แยกให้มากที่สุด หน้าที่หลักของระบบนี้คือ การกำจัดน้ำมันลอยตัว (free oil) ไฮโดรคาร์บอนที่ละลายในน้ำ (dissolved hydrocarbons) และของแข็งลอยตัว (suspended solids) ออกจากน้ำที่ปนเปื้อน เทคโนโลยีหลักของระบบนี้อยู่ที่การออกแบบแผ่นลูกฟูก ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่แยกที่มีประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 15 เท่า เมื่อเทียบกับตัวแยกแบบดั้งเดิม ตัวแยกน้ำมันกับน้ำแบบ CPI ใช้เทคโนโลยีแผ่นขนาน (parallel plate technology) โดยหยดน้ำมันจะรวมตัวกัน (coalesce) ที่ด้านล่างของแผ่นเอียง ในขณะที่น้ำสะอาดไหลลงสู่ด้านล่าง ระบบทำงานตามหลักความแตกต่างของความถ่วงจำเพาะ (specific gravity) กล่าวคือ ระยะน้ำมันที่มีน้ำหนักเบาจะลอยขึ้น ส่วนระยะน้ำที่มีน้ำหนักมากกว่าจะไหลลง แอปพลิเคชันของระบบครอบคลุมหลายภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี โรงงานยานยนต์ โรงผลิตเหล็ก สถานีผลิตไฟฟ้า และการดำเนินงานทางทะเล ตัวแยกน้ำมันกับน้ำแบบ CPI มีความสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียอย่างเข้มงวด โรงงานผลิตใช้ระบบนี้ในการบำบัดน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต น้ำฝนที่ไหลบ่า (stormwater runoff) และน้ำที่ใช้ล้างอุปกรณ์ ความหลากหลายของตัวแยกน้ำมันกับน้ำแบบ CPI ยังครอบคลุมทั้งการดำเนินงานแบบต่อเนื่อง (continuous processing) และแบบแบทช์ (batch processing) สามารถรองรับอัตราการไหลและระดับการปนเปื้อนที่เปลี่ยนแปลงได้ สถานีบำบัดน้ำเสียขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (municipal wastewater treatment plants) นำตัวแยกเหล่านี้ไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักของการบำบัดขั้นต้น ในขณะที่แท่นขุดเจาะนอกชายฝั่ง (offshore platforms) พึ่งพาตัวแยกเหล่านี้ในการบำบัดน้ำที่เกิดขึ้น (produced water) โครงสร้างที่กะทัดรัดทำให้สามารถติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่มีพื้นที่จำกัด จึงเหมาะสำหรับการปรับปรุงระบบเดิม (retrofit applications) รวมทั้งโครงการก่อสร้างใหม่